พลังงานลม.. หรือจะเป็นเพียงอนุสาวรีย์ !!

19/03/16

Gavin Hewitt บรรณาธิการจาก BBC ยุโรป ได้เขียนข้อเขียนตอนหนึ่งอธิบายถึงความล่มสลายของเศรษฐกิจในยุโรป เผยแพร่ในหนังสือที่มีชื่อว่า The Lost Continent มีใจความตอนหนึ่งว่า

สเปน คืออนุสรณ์แห่งความเพ้อฝันที่เข้าเกาะกุม ประเทศสเปนดำเนินการก่อสร้างสาธารณูปโภคอย่างบ้าคลั่ง โดยในช่วงเวลาหนึ่งได้ใช้คอนกรีตไปมากกว่าฝรั่งเศส เบลเยี่ยม เยอรมัน และอิตาลีรวมกัน การมีบ้านหลังที่ 2 แทบจะกลายเป็นดั่งเครื่องประดับอีกชิ้นของคนสเปน โดยไม่สำคัญว่าจะเป็นที่ไหน อาจเป็นแฟลตที่ตั้งอยู่บนทำเลอันร้อนระอุ ข้างๆถนนที่เป็นร่อง หรืออพาร์ทเมนท์ในอาคารที่เบียดเสียดทำให้แนวชายฝั่งดูผิดรูปผิดร่าง โดยมีความเชื่อที่ว่าคุณจะไม่มีวันสูญเสียเงินทองหากลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ ในระยะเวลาหนึ่งทศวรรษ โครงสร้างขนาดมหึมา ด้วยเงินจำนวนมหาศาลที่ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ได้เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด สเปนสร้างทางหลวงเพิ่มขึ้น 5,000 กิโลเมตร นับเป็นการสร้างถนนครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในยุโรป และขยายเครือข่ายรางรถไฟความเร็วสูงกว่า 2,000 กิโลเมตร ซึ่งยาวกว่ารถไฟของฝรั่งเศส สนามบินกาสเตญอน หนึ่งในสนามบินระดับภูมิภาคที่เกิดขึ้นใหม่ มีรันเวย์ยาวที่สุดในยุโรป เทอร์มินัลอันใหญ่โตและโล่งกว้างถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสาร 5 ล้านคนต่อปี มีมูลค่าเกื่อบหนึ่งพันล้านยูโร แต่กลับไม่มีเครื่องบินไปลงแม้แต่เที่ยวเดียว นับเป็นการสูญเปล่าในโครงการอภิมหาโปรเจ็คอย่างชัดเจน

ผมได้มีโอกาสนั่งรถผ่านไปทาง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช สังเกตุเห็น โครงเสากังหันลมติดตั้งเรียงกันเป็นทิวแถวขนานไปกับชายฝั่งทะเล สอบถามข้อมูลดูแล้วพบว่ามีบริษัทเอกชนอยู่กลุ่มหนึ่ง กว้านซื้อที่ดินริมทะเลเมืองคอน ตลอดแนว 2 อำเภอ ปากพนัง-หัวไทร ต่อเนื่องถึง อ.สทิงพระ จ.สงขลา ผุดฟาร์มกังหันลมผลิตไฟฟ้าป้อน กฟภ. เป้าหมาย 500 ตัว กำลังผลิตกว่า 600 เมกะวัตต์ รวมมูลค่าประเมินเบื้องต้นกว่า 3,000 ล้านบาท ครั้งนี้ ขอพูดในฐานะพลเมืองของชาติคนหนึ่งที่ต้องเสียภาษีให้กับรัฐปีหนึ่งไม่ใช่น้อย คงไม่เสียดายเงิน หากเงินภาษีถูกนำไปพัฒนาประเทศแบบถูกที่ถูกทาง สร้างสนามบินก็ต้องมีเครื่องบินลงจอด สร้างแหล่งผลิตพลังงานก็ต้องได้พลังงาน ไม่ใช่อนุสาวรีย์

windrader-1048981_1920

 มาทำความเข้าใจเรื่องพลังงานลมกัน เป็นความเข้าใจผิดหากต้องการติดตั้งกังหันลมขนาดกำลังผลิตหน่วยละ 1.5 เมกะวัตต์ จะต้องติดตั้งกังหันลมเพียง 1,667  ตัว ถึงจะมีกำลังผลิตเท่ากับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนขนาดกำลังผลิต 2,500 เมกะวัตต์ แต่ความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะค่าเฉลี่ยของกำลังผลิตของพลังงานลมต่อหน่วยอย่างมากไม่เกินร้อยละ 25 ของกำลังผลิตติดตั้ง ดังนั้น เราต้องติดตั้งกังหันลมถึง 4 ตัว ถึงจะได้กำลังผลิตจริงเท่ากับกังหันลมหนึ่งหน่วยตามที่กำหนดไว้ นั่นหมายความว่าเราจะต้องเอา 4 คูณ กังหันลมขนาดกำลังผลิต 1.5 เมกะวัตต์ จำนวน 1,667 ตัว ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือ เราจะต้องติดตั้งกังหันลมถึง 6,668 ตัว จึงจะได้กำลังผลิตเท่ากับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนขนาดกำลังผลิต 2,500 เมกะวัตต์

คำถามต่อมาก็คือ เราต้องใช้พื้นที่เท่าไรสำหรับติดตั้งกังหันลม จำนวน 6,668 ตัว บริษัท General Electric หรือ GE ได้คำนวณไว้ว่า กังหันลมขนาด 1.5 เมกะวัตต์ 1 ตัว จะต้องใช้พื้นที่โดยรวมเท่ากับ 88,935 ตารางเมตร หรือ 22 เอเคอร์ ทั้งนี้ เพื่อทำให้กังหันลมแต่ละหน่วยไม่ส่งผลกระทบต่อ Turbine ข้างเคียง GE คำนวณต่อไปว่า หากเอา 22 คูณกังหันลมจำนวน 6,668 ตัว จะพบว่าต้องใช้พื้นที่ถึง 146,696 เอเคอร์ ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนขนาดกำลังผลิต 2,500 เมกะวัตต์ ใช้พื้นที่อย่างมาก 3-4,000 เอเคอร์ จะเห็นได้ว่าถ้าจะให้ได้พลังงานไฟฟ้าที่เท่ากัน กังหันลมจะต้องใช้พื้นที่มากกว่าโรงไฟฟ้าพลังความร้อนเกือบ 40 เท่าทีเดียว คุ้มหรือไม่คุ้มต้องเจียรนัยออกมาแป็นตัวเลข (Number) ไม่ใช่ใช้ภาษาแบบพรรณาโวหาร (Subjective)

กลุ่มไชน่าพาวเวอร์ บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของจีนกำลังศึกษาความเป็นไปได้ห่างจากชายฝั่งบริเวณเดียวกันลงไปในทะเลราว 1.5 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าจะมีการลงทุนกังหันลมในทะเลกว่า 2,000 ตัว ด้วยเงินลงทุน 2 แสนล้านบาท การลงทุนติดตั้งกังหันลมในทะเลต้องใช้งบประมาณมากกว่าบนพื้นที่ราบ 2-3 เท่า ขึ้นอยู่กับความลึกของท้องทะเล ซึ่งจะต้องใช้คอนกรีตและเหล็กเส้นจำนวนมหาศาล ประมาณการว่ามากกว่าคอนกรีตและเหล็กเส้นที่ใช้ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เมื่อเปรียบเทียบกับกำลังผลิตที่เท่ากัน คงไม่ได้มีอคติกับพลังงานประเภทนี้ เพราะก่อนหน้านี้ผู้บริหารระดับสูงในภาคพลังงานรวมทั้งนักวิชาการที่จบการศึกษาด้านพลังงานลมโดยตรงก็ออกมาแสดงความเห็นแล้วว่า กังหันลมขนาดเป็นเมกะวัตต์นั้นยากที่จะติดตั้งในประเทศไทย ภาคประชาชนก็สามารถตรวจสอบข้อมูลจากกูเกิลดูได้ว่ามีประเทศไหนบ้างที่ตั้งอยู่ในเขตที่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ติดตั้งพลังงานลมอย่างเป็นล่ำเป็นสันได้บ้าง หรือเราพร้อมที่จะเป็นหนูตะเภา คนไทยควรศึกษาเรื่องพลังงานให้กระจ่างชัด เพื่อที่เราจะได้ตรวจสอบการใช้งบประมาณทุกบาททุกสตางค์เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ

windrader-1167964_1280

Gevin Hewitt ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ในข้อเขียนของเขาเป็นอุทาหรณ์ที่ดีสำหรับประเทศไทยเอาไว้ว่า “นับเป็นยุคเฟื่องฟูของงานก่อสร้างซึ่งเข้าครอบงำสเปนเป็นเวลาหลายปี โครงการระดับยักษ์ใหญ่เหล่านี้ได้รับแรงกระตุ้นจากภาครัฐไปจนถึงเจ้าหน้าที่ชั้นสูงรวมไปถึงองค์กรอิสระในระดับท้องถิ่นที่ขายใบอนุญาตงานก่อสร้าง และร่วมกันผลักดันโครงการ เจ้าหน้าที่หลายคนมีเส้นสายกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ บริษัทค้าปูนซิเมนต์ โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของสเปนจึงกลายเป็นอนุสาวรีย์ ซึ่งนอกจากจะนำมาใช้ประโยชน์ไม่ได้แล้ว ยังสร้างภาระหนี้สินให้กับคนรุ่นหลัง อีกต่างหาก”

The best Electric Syetems Provider ever